
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันเด็กทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลได้ง่ายดาย เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่เด็กนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าการเล่นโทรศัพท์ของเด็กจะไม่สามารถรู้ได้ว่า ในแต่ละวันเด็กจะได้รับอะไรมาบ้าง เมื่อเด็กได้เล่นโทรศัพท์ไม่กี่ครั้ง ก็มักจะได้คำศัพท์ที่แปลกใหม่มาเสมอ รวมทั้งคำหยาบคายด้วยเช่นกัน ดังนั้นในส่วนนี้คุณพ่อคุณแม่ทุกคน จำเป็นต้องควบคุมพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์ รวมทั้งคำพูดต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
วิธีรับมือหากลูกพูดคำหยาบคาย จะมีวิธีอย่างไรบ้าง
1. ห้ามตีหรือกล่าวว่า: โดยส่วนใหญ่แล้วของพ่อแม่แทบทุกบ้าน เมื่อลูกพูดคำหยาบคายก็มักจะตี หรือดุว่าลูกกลับไป เพราะคิดว่าเป็นวิธีสอนลูกที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วพ่อแม่ทุกคนไม่ควรตีหรือกล่าวว่าลูก เนื่องจากการพูดหยาบเป็นเพียงการพูดที่ไม่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงขนาดนั้น ควรสอนให้ลูกเข้าใจว่าคำนั้นไม่ดีอย่างไร และให้เลิกพูดคำนั้น แต่ห้ามลงมือหรือด่าลูกโดยเด็ดขาด
2. ไม่ทำท่าทางตกใจเมื่อได้ยิน: หากลูกพูดคำหยาบคายต่อหน้าเรา ห้ามทำท่าทีตกใจโดยเด็ดขาด แต่ควรบอกลูกว่าคำที่พูดออกมาไม่ดีอย่างไร และคนส่วนใหญ่ไม่ใช้พูดกัน ลูกไม่ควรจะพูดคำนั้นอีก เพราะหากพูดคำเหล่านี้ออกมาจะทำให้ลูกดูไม่ดี หรืออาจจะไม่มีคนอยากเล่นด้วย
3. ห้ามหัวเราะหรือยิ้ม: เมื่อพ่อแม่ได้ยินลูกพูดคำหยาบคายห้ามหัวเราะใส่หรือยิ้มใส่โดยเด็ดขาด เพราะหากเราหัวเราะหรือยิ้มให้ลูก ลูกจะไม่รู้ว่าคำเหล่านั้นเป็นคำพูดไม่ดี หรือลูกอาจจะคิดว่าตนเองพูดดีแล้ว ดังนั้นอาจจะทำให้คำหยาบคายติดปากจนกลายเป็นนิสัยได้
4. เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก: รู้หรือไม่ว่าพ่อแม่บางบ้านมักจะโทษสิ่งอื่น ๆ ที่เข้ามา ทั้งการไปโรงเรียน การคบเพื่อน หรือการติดคำหยาบจากในโซเชียล แต่ความจริงแล้วพ่อแม่คือคนที่มีเวลาอยู่กับลูกมากที่สุด ดังนั้นหากไม่ต้องการให้ลูกติดคำหยาบคาย จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกด้วยเช่นกัน เพราะเด็ก ๆ มักจะมีความจำที่ดี หากพ่อแม่เผลอพูดใส่กัน เด็กจะจำและติดมาใช้ได้
โดยปกติแล้วเด็กที่พูดจาหยาบคายก็มักจะติดมาจากพฤติกรรมที่เด็กได้เห็น เพราะโดยปกติแล้วเด็กจะมีความจำดี เมื่อได้เห็นหรือได้ยินสิ่งต่าง ๆ มา ก็มักจะจำและซึมซับได้ง่าย และทำตามสิ่งเหล่านั้นในที่สุด
